บทเรียนจากคราบน้ำตา

 

Start : 23-08-07  To die For... Thong Lor  

Finish : 22-09-07 Cafe' Chilli... Siam Paragon

 

ว่ากันว่าช่วงเวลาแห่งความสุขของคนเรามักจะผ่านไปอย่างรวดเร็วเสมอ

กว่าที่เราจะรู้ตัว ช่วงเวลาเหล่านั้นก็มักจะ ล่วงเลยเร็วเกินกว่าเราจะได้ตระหนักถึงมัน

...แล้วช่วงเวลาแห่งความทุกข์ตรมเล่า ?

มีกี่คืนที่คนเราจะตื่นขึ้นมาพร้อมกับคราบน้ำตาอาบสองแก้ม และ มีอีกกี่ค่ำคืนที่เราได้แต่นอนลงบนเตียงและสามารถข่มตาไปกับยามราตรี

เป็นเรื่องที่น่าแปลก ที่คนเรามักจะฝังใจ และ มีความทรงจำกับช่วงเวลายามมีทุกข์ ราวกับว่า แต่ละวัน แต่ละคืน  จะยาวนานกว่าปกติ

แท้จริงแล้ว

กงล้อชะตาชีวิตของมนุษย์ ย่อมเวียนหมุนไป ให้พบกับโชคชะตาในหลากหลายรูปแบบ

ผ่านทั้งความสุข....สมหวัง  อยู่กับเสียงหัวเราะ เฮฮา และ การสังสรรค์

เช่นเดียวกับบางวัน.....

เมื่อกงล้ออีกด้านจะหมุนพาเราไปพบพานกับความเหงา ความเศร้า  ทุกข์ตรม อยู่กับเสียงร้องไห้ และราตรีที่เดียวดาย

สิ่งเหล่านี้ อาจจะเป็นการยากที่จะมีผู้ใดมากำหนด และ ควบคุมการหมุนวนของกงล้อแห่งโชคชะตานั้น แต่  อย่างไรก็ตาม ก็คงเป็นตัวเราเองที่จักควบคุม และ จัดระบบความคิด ว่าเราจะทนอยู่กับมันได้นานสักเพียงใด

ประวัติศาสตร์ของมวลมนุษย์นั้นมีมายาวนาน หลายร้อย หลายพันปี  มีเรื่องราวต่างๆมากมาย ทั้งที่ถูกบันทึกและเป็นความทรงจำของใครต่อใคร  แล้ว แน่นอนที่ประวัติศาสตร์ของพวกเรา ก็ได้ดำเนินผ่านเหตุการณ์ ที่มีทั้งเสียงหัวเราะ และ เสียงร่ำไห้

การได้พบปะบุคคลอันเป็นที่รัก หรือ การร่ำลาจากกันอย่างไม่มีวันหวนกลับ

สิ่งเหล่านี้ ย่อมเรียกน้ำตาแก่ผู้ประสบได้เช่นกัน....หากแตกต่างในด้านความรู้สึก ราวฟ้ากับดิน

แต่ก็เป็นเรื่องที่น่าแปลกที่เหตุการณ์อย่างหลัง มักจะฝังใจ และ วนเวียนอยู่ในความนึกคิดของเรา นานแสนนาน จนยากจะลืมเลือน

หากลองมองย้อนกลับไปในประวัติศาสตร์  เรื่องราวที่ได้ถูกบันทึกส่วนใหญ่ มักมีเหตุการณ์ที่ข้องเกี่ยวกับความสูญเสีย  การพลัดพรากของผู้คน.....เรื่องราวของสงครามอันโหดร้าย สามารถเขียนและบรรยายได้เป็นหนังสือเล่มหนาๆ  ขณะที่ เรื่องราวของบ้านเมืองอันเปี่ยมสุข ถูกรวบรวมเป็นเพียงบทความอันแสนสั้น

ราวกับว่าประวัติศาสตร์ส่วนใหญ่ของมวลมนุษย์ จะถูกบันทึกจากรากฐานของความเศร้าและทุกข์ระทม

จริงอยู่ หากเราจะบอกว่า ความทุกข์ และ ความโหดร้าย ของโชคชะตา จะแปรเปลี่ยนให้เป็นประสบการณ์ ให้คนเราได้เรียนรู้และเติบโต 

เหตุการณ์อันเลวร้าย ได้แปรสภาพให้เป็นบทเรียนราคาแพงของมนุษย์ เพื่อมิให้พวกเขาดำเนินชีวิตไปซ้ำกับรอยเดิมที่เคยผิดพลาดไป..

แล้วพวกเราต้องพบเผชิญกับความทุกข์อีกมากเท่าไหร่ กว่าที่พวกเราจะหลุดพ้นจากห้องเรียนอันแสนทรมานนี้?

เรื่องราวของความรักที่ไม่สมหวัง และ จบลงด้วยโศกนาฏกรรมของ โรมิโอ และ จูเลียต ส่งผลให้ชื่อของ เช็คสเปียร์ และ วรรณกรรมเรื่องนี้กลายเป็นความคลาสสิก และอยู่ในความทรงจำของใครต่อใคร..... ขณะที่อีกเรื่องราวของความรัก ที่จบลงด้วยความสมหวัง จากผู้เขียน คนเดียวกันอย่างเรื่อง mid summer night dream จะเป็นที่รู้จักของคนแค่หยิบมือ

พูดก็พูดเถอะ ผมไม่เชื่อว่า ประวัติศาสตร์จะถูกสร้างและบันทึกจากคราบน้ำตาเพียงอย่างเดียว.... หากแต่ผู้คนมักจดจำเรื่องราวของความสูญเสีย มากกว่า เสียงสังสรรค์

คนเรามักไม่ยกเหตุการณ์ ยามที่มีตนเองมีความสุข ขึ้นมาเป็นบทเรียน หนำซ้ำ ยังหลงลืมที่จะนำมันมาใช้ เมื่อครั้นถึงเวลาพบเจอกับความยากลำบากของชีวิต และ จิตใจ   ผมเชื่อว่า ชีวิตของคนทุกคนย่อมต้องเจอกับแสงสว่างที่สามารถจะระลึกถึง แม้ในยามค่ำคืนอันมืดมิด.... หากแต่พวกเราจะตระหนักและจดจำมันได้มากน้อยเพียงใด   ถึงแม้นแสงสว่างนั้นจะแลดูเรืองแสง แค่เพียงปีกของหิ่งห้อย....แต่ความสว่างไสวของมัน ย่อมเป็นที่พักพิงให้ใจได้อบอุ่น ท่ามกลางวันคืนอันเหน็บหนาว

จริงอยู่ที่ประวัติศาสตร์จะถูกเติมแต่ง และเต็มไปด้วยบทเรียนจากคราบน้ำตา ขณะเดียวกัน บางด้านบางมุม เรื่องราวของมันย่อมถูกฉาบไว้ด้วยเสียงหัวเราะ ความสมัครสมาน สามัคคี และมิตรภาพ

บางช่วง บางเวลา คนเราอาจจะหลงลืมช่วงเวลาแห่งความสุข และ มัวแต่วนเวียนในห้วงเวลาแห่งความทุกข์ขณะที่บางคน ก็จมอยู่กับแสงสว่างที่เคยพบพานในอดีต แต่ก็มิได้นำมันมาใช้ให้พาตัวเองออกจากความมืดมิด...

จะด้วยวิถีหนทางใดๆก็ตามที ที่ประวัติศาสตร์ของมวลมนุษย์ จะถูกเขียนและเติมแต่ง....จะเป็นด้วย ความรัก หรือ สงคราม

...แต่ชีวิตของเราก็ต้องล้วนดำเนินต่อไป....

สิ่งที่เรายึดติดคือปัจจุบัน หาใช่ประวัติศาสตร์ไม่ 

และ หากเป็นเช่นนั้น.....

.......เราจะยึดติดอยู่กับคราบน้ำตาด้วยเหตุใด?

มันคงจะดีกว่า หากเราจะปล่อยให้ทั้งความทรงจำที่ดี หรือ โหดร้าย เป็นดั่งบทเรียน และ ประสบการณ์อันมีค่า และใช้ชีวิตอยู่กับปัจจุบันที่พอและเห็นแสงสว่างรำไร

ถึงแม้นแสงนั้น...จะเป็นเพียงปีกของเจ้าหิ่งห้อยตัวน้อยก็ตามที

Comment

Comment:

Tweet

บอส
เก่งมากเลยวะแก ยอดเยี่ยม ซึ้งกินใจได้อารมณ์T_T

#4 By โชคดี (58.9.94.32) on 2008-09-11 11:31

thanks synn

#3 By 6055 (203.146.11.109) on 2008-08-26 09:57

great job with this page, bossie

#2 By synn (124.120.24.166) on 2008-08-07 15:22

Wowwww!your writing skill is pretty good na ka. I really love it...keep it coming na ka. This article and the song kind of make me feel sad and lonely jung a(-*-)..nyway life goes on ka (\^o^/)

#1 By Gift (203.146.11.109) on 2008-02-01 09:09