กบที่ไม่สามารถออกจากกะลา

21-08-07

Starbulk the Terrace Sukhumvit49

 

หากมนุษย์ยังยึดติดกับความเชื่อเดิมๆ ที่ว่า โลกของเรานั้นเป็นศูนย์กลางของจักรวาล

     หากมนุษย์ยังมัวคิดอยู่ว่า เมื่อเราล่องเรือไปจนลับขอบฟ้า พวกเขาจะล่วงหล่น ไปยังหุบเหว ไร้ก้นบึ้ง

        ......หาก ปราศจากการเดินทาง.....

พวกเราอาจจะใช้เวลา นานแสนนาน ที่จะมาพบปะ หรือ อาจคลาดกันตลอดชีวิต

ทันทีที่ผู้คนตัดสินใจ แพ็คกระเป๋า และ ออกเดินทาง  ได้เปิดตาและใจไปกับโลกอันกว้างใหญ่.... เมื่อนั้น พวกเขาย่อมได้เรียนรู้ บางสิ่ง บางอย่างที่พวกเขาพบประสบ เมื่อกลั่นกรองมาเป็นประสบการณ์แล้วนั้น ย่อมหามิได้จากตำราเล่มใด

หากคนเราไม่เปิดใจ และ เหลียวดูสิ่งรอบข้าง....โลกที่หมุนเวียนเปลี่ยนไป อาจจะซับซ้อนจนเกินกว่าเราจะเดินตามได้ทัน

เป็นเรื่องที่น่ายินดี ที่พระเจ้าได้พระทาน อิสรภาพ ซึ่งเป้นดั่งพรอันมีค่าให้แก่มวลมนุษย์...ส่งผลให้คนเราสามารถมีอิสระทางความคิด ที่จะดำเนินชีวิต ไปตามแบบทางที่เราจะเป็นผู้กำหนด  แต่แล้ว  มนุษย์เองนี่แหละ ที่ไม่สามารถควบคุม ความอิสระเหล่านั้น ก่อเกิดความวุ่นวายต่างๆนาๆให้แก่สังคม  จนพวกเราต้องมีกฎเกณฑ์และระบอบต่างๆมาปิดกั้นหัวใจและจินตนาการพวกเราอีกทอดหนึ่ง

ราวกับว่า...มนุษย์ยังไม่โตพอที่จะรับผิดชอบต่ออิสระภาพที่พวกเราได้รับมาได้

เมื่อไม่นานมานี้ สังคมคนไทย ก็ได้มีเหตุ การจัดระเบียบทางจริยธรรมครั้งใหญ่ ทั้งในรูปแบบการปกครองและการใช้ชีวิต

หลักการใช้ชีวิตอย่างพอเพียง และ หลีกเลี่ยงการไปข้องแวะกับอบายมุข ได้ถูกโปรโมทออกมาตามสื่อเพื่อหวังให้ผู้คนรับรู้และปฏิบัติตาม

โดยส่วนตัวแล้ว ผมคิดว่าเป็นสิ่งที่ดี ที่ยังพอมีบางสิ่ง บางอย่าง ออกมาเตือนสติผู้คนบางกลุ่ม บางพวก ที่มัวแต่หลงระเริงไปกับ ระบอบทุนนิยมและบำบัดความทุกข์กับ ยาเสพติด และสุราเมรัย

นอกจากการสนับสนุนให้ผู้คนใช้ชีวิตอย่างพอเพียงแล้ว  สังคมไทย ยุคใหม่นี้ยังส่งเสริมให้ผู้คนรู้จักการแบ่งปัน และเอื้อเฝื้อผู้ตกทุกข์ได้ยาก ตลอดจน ตระหนักถึงสภาวะความเปลี่ยนแปลงของโลก และรู้จักการประหยัดพลังงาน  ซึ่งสิ่งต่างๆเหล่านี้ หากผู้คนนั้นได้เชื่อและยึดถือเป็นหลักการดำเนินชีวิต  สังคมไทยคงมีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีมิใช่น้อย (หากสิ่งดีๆเหล่านี้ไม่เป็นเพียง กระแสที่เกิดขึ้น และผ่านพ้นไป)

ในขณะที่กระแสทางจริยธรรมกำลังจะกลายเป็นกระแสหลัก ก็มีการสนับสนุนให้มีการจัดระเบียบทางด้านการบริโภคสื่อของผู้คน ผ่านการจัดระบบเรทติ้งทางโทรทัศน์ และ การเซ็นเซอร์ภาพยนตร์ โดยมุ่งเน้นการหลีกเลี่ยงฉากและเรื่องราวอันไม่เหมาะ ไม่ควร และน่าจะเป็นอันตรายต่อเยาวชนที่จะเติบโตขึ้นมา

โดยการกระทำดังกล่าว ได้ส่งผลให้เกิดการวิพากษ์วิจารญ์ในวงกว้างถึงความเหมาะสม ที่จะมีผู้คนกลุ่มหนึ่งมามีอำนาจในการเลือก ข้อมูล ให้แก่คนหมู่มาก

เมื่อมีการจัดระบบเรทติ้งโทรทัศน์และเซ็นเซอร์ภาพยนตร์ขึ้น ผมก็มีคำถามมากมายเกิดขึ้นกับตัวเอง....ว่า คนในสังคมที่ผมสังกัด ไม่สามารถจัดระบบความคิดของตนเอง กับ สิ่งที่ตนเองได้รับเชียวหรือ?

พวกเราถูกชักจูงโดยสื่อและสารที่ส่งผ่านเข้ามา โดยมิอาจแยกแยะว่าสิ่งใด ควร หรือ ไม่ควรกระทำด้วยตนเอง จนถึงต้องมีกลุ่มคน คอยมาจัดแจงและป้อนสิ่งต่างๆให้แก่ตนเองหรืออย่างไร?

ผมเชื่อว่าการพบเผชิญและประเมินสถานการณ์ต่างๆด้วยตัวเองนั้น ว่าเป็นการเรียนรู้อย่างหนึ่ง

เราคงมิอาจทราบถึงความเค็มของน้ำทะเล หากเราไม่ลิ้มรสด้วยตนเอง

เช่นกัน...  เราจะเรียนรู้ถึงความอันตรายและความเป็นไปของโลกได้อย่างไร หากเราไม่ได้เห็น และ เรียนรู้สิ่งเหล่านั้นจากประสบการณ์ของเรา

หากคนเราเติบโตขึ้นมาโดยที่มีผู้อื่นคอยป้อนหรือเลือกทางเดินต่างๆให้ตลอดมา

เมื่อวันเวลาผ่านไป......

ครั้นพวกเขาโตพอที่จะมีทางเลือกให้แก่ตนเอง

         -- โลกที่เขาพบเผชิญ จะแลดูกว้างขวางและน่าเกรงขามเพียงใด? --

หากกบที่อยู่แต่ในกะลา ออกมาสู่โลกแห่งความจริง.....พวกเขาจะใช้เวลานานเท่าใด จึงจะกลับไปสู่หนทางที่เขาคุ้นเคยและสามารถเดินทางไปต่อได้ด้วยตัวของเขาเอง

จะพูดก็พูดเถอะ

ผมเชื่อว่า การที่เราจะให้ใครสักคนมีอิสระในการใช้ชีวิต และเลือกทางเดินของเขาเองนั้น น่าจะเป็นการเคารพและให้เกียรติกันมากกว่า

หากแม้นเส้นทางที่พวกเขาได้เลือกนั้น   จะทำให้พวกเขาหลงทางหรือเจ็บปวด.... แต่นั่นก็น่าเป็นบทเรียนชั้นดีที่ให้พวกเขารู้จัก และ หัดเรียนรู้ด้วยตัวเขาเอง

เพราะท้ายที่สุดแล้ว มนุษย์เราก็มิอาจเทียบเคียงกับ อำนาจของพระเจ้า

อย่างไรก็ตาม.....ธรรมชาติก็ยังคงยิ่งใหญ่เกินกว่ามนุษย์คนใดจะถืออภิสิทธ์มาครอบครอง

               ชีวิตคนเรา

มี              เกิด และ          แตกดับ    

        ภายในช่วงเวลาอันแสนสั้น

และช่วงเวลานั้น  หากคนเรายังถูกครอบงำด้วยกะลาของใครต่อใคร

โลกภายนอกอันกว้างใหญ่.....

....เราคงไม่มีวันได้ออกเดินทางเพื่อเรียนรู้มัน...

 

Comment

Comment:

Tweet

ชอบมากเลย นัทว่าพี่บอสเขียนดีขึ้นอีกแล้ว

#1 By Natty Pipo (203.144.201.98) on 2008-02-13 16:34